กลับสู่เครื่องมือคิด

การจัดการ

เศรษฐศาสตร์ของการกำหนดราคาต่างกัน

ในเศรษฐศาสตร์มีแนวคิดที่เรียกว่า "การกำหนดราคาต่างกันระดับที่สาม" (Third-Degree Price Discrimination) เก็บราคาที่ต่างกันจากกลุ่มที่ต่างกัน แต่ภายในกลุ่มเดียวกันราคาเท่ากัน

ตั๋วนักเรียนโรงหนัง ส่วนลดผู้สูงอายุรถไฟใต้ดิน ตั๋วยืดหยุ่นชั้นธุรกิจ ทั้งหมดเป็นการกำหนดราคาต่างกัน ประเด็นไม่ใช่คำว่า "ต่างกัน" ไม่เพราะหู แต่มันทำให้ธุรกิจสามารถเก็บรายได้จากลูกค้าที่มีความเต็มใจจ่ายต่างกันได้

สายการบินเป็นปรมาจารย์เรื่องนี้ เครื่องบินลำเดียวกัน ที่นั่งแถวแรกชั้นประหยัด NT$8,000 แถวสุดท้าย NT$3,500 สองราคามีอยู่บนเที่ยวบินเดียวกันพร้อมกัน ไม่มีใครรู้สึกถูกหลอก เพราะมันเป็น "สินค้าต่างกัน" (ตำแหน่งต่างกัน ความยืดหยุ่นต่างกัน)

ห้องว่างของคุณก็เช่นกัน ราคาทางการ NT$3,500 บนเว็บไซต์ของคืนอังคาร และราคาแฟลชเซล NT$2,500 ไม่ใช่ "ลดราคา" แต่เป็น "สินค้าต่างกัน" ราคาแฟลชเซลมีข้อจำกัด จำกัดเวลา จำกัดจำนวน ต้องวางมัดจำล่วงหน้า

แนวคิดสำคัญคือ "การแยกราคา" ห้องเดียวกัน ผ่านช่องทางต่างกัน เงื่อนไขต่างกัน บรรจุภัณฑ์ต่างกัน ขายให้ลูกค้าที่มีความเต็มใจจ่ายต่างกัน นักธุรกิจที่ยอมจ่าย NT$3,500 จองทางเว็บไซต์ ลูกค้าตั้งใจคำนวณที่ยอมจ่ายแค่ NT$2,500 จองในแฟลชเซล ทั้งสองไม่รู้สึกถูกหลอก เพราะพวกเขาซื้อ "สินค้า" คนละแบบ

ถ้าคุณไม่แยกล่ะ ลูกค้าทุกคนเห็นราคาเดียวกัน คนที่ยอมจ่าย 3,500 จ่ายไป 3,500 คนที่ยอมจ่ายแค่ 2,500 ไม่จอง ห้องว่าง คุณเสียรายได้ NT$2,500 ที่อาจเกิดขึ้นไป

การแยกราคาทำให้คุณเก็บรายได้จากลูกค้าทั้งความเต็มใจจ่ายสูงและต่ำได้พร้อมกัน และห้องว่าง สต็อกที่พรุ่งนี้กลายเป็นศูนย์ คือเป้าหมายที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่เต็มใจจ่ายต่ำ

เคสการใช้งาน

บทความที่ใช้เครื่องมือนี้

經營管理

ห้องว่างของคุณไม่ใช่ขายไม่ได้ แต่คุณยังใช้ราคาเดิมขายให้คนผิดกลุ่ม

คืนวันอังคาร โรงแรมของคุณมีห้องว่าง 12 ห้อง เช้าวันรุ่งขึ้น มูลค่าของห้อง 12 ห้องนี้กลายเป็นศูนย์ แต่คุณลดราคาไม่ได้ เพราะการลดราคาจะทำร้ายแบรนด์ และทำให้ลูกค้าที่จองไปแล้วรู้สึกว่าเสียเปรียบ ปัญหาไม่ใช่ราคา แต่คุณไม่มีช่องทางลดราคาที่เป็นอิสระ